033-038-888

ไวรัส HPV ตัวร้าย... จุดเริ่มต้นของ  มะเร็ง

(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง วันขวัญ อรรฆยกุล 2026-07-22 10:04:00

ไวรัส HPV ตัวร้าย... จุดเริ่มต้นของ  มะเร็ง

HIGHLIGHTS : 

  • วัคซีน HPV เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งที่เกี่ยวข้องอีกหลายชนิด

  • วัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้สูงสุดถึง 70–90% ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน

  • วัคซีน HPV ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย ควรได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคและการแพร่เชื้อ

  • วัคซีน HPV เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป และควรฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

  • วัคซีน HPV มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 2–3 วัน

  • การฉีดวัคซีน HPV คือการลงทุนเพื่อป้องกันโรคมะเร็งในอนาคต และเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว

 

 

ไวรัส HPV ตัวร้าย... จุดเริ่มต้นของ  มะเร็ง


วัคซีน HPV คืออะไร

  • วัคซีน HPV คือ เกราะป้องกันไวรัสเอชพีวี (Human Papilloma Virus)
  • เพราะไวรัสนี้เป็นสาเหตุหลักของ มะเร็งปากมดลูก ซึ่งพบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย
  • ไม่ใช่แค่ลูกสาว ลูกชายก็ฉีดได้! ช่วยป้องกันมะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและคอหอย รวมถึงโรคหูดหงอนไก่
  • ปัจจุบันมี 2 ชนิด ได้แก่ ชนิด 4 สายพันธุ์ และชนิด 9 สายพันธุ์
  • วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ เชื้อเอชพีวี 6, 11, 16, 18 ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 70%
  • วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ เชื้อเอชพีวี 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 90%

เด็กวัยใดควรเริ่มฉีดวัคซีนเอชพีวี

  • ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป
  • อายุ 9–14 ปี ฉีด 2 เข็ม ได้แก่ 0, 6–12 เดือน
  • อายุ 15 ปีขึ้นไป ฉีด 3 เข็ม ที่ 0, 1–2 และ 6 เดือน
  • แนะนำให้ฉีดในเด็กก่อนถึงวัยที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันมากที่สุด

ความปลอดภัยและผลข้างเคียง

  • มีความปลอดภัยสูง
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ ปวด บวม แดง ตรงตำแหน่งที่ฉีดยา ซึ่งไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 2–3 วัน
  • ผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้แก่ ไข้ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย พบได้น้อยมากและไม่รุนแรง หลังฉีดวัคซีนจึงควรสังเกตอาการอย่างน้อย 15 นาที

ขอขอบคุณข้อมูล
พญ.วันขวัญ อรรฆยกุล

กุมารเวชศาสตร์ระบบทางเดินหายใจ
รพ.สมิติเวช ชลบุรี (SAMITIVEJ CHONBURI)





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก_2

โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก

- สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ : ผิวซีด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หรือเวียนศีรษะ อาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก - รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ : เน้นเนื้อแดง ตับ ไข่แดง อาหารทะเล ผักใบเขียว และถั่ว เพื่อช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง - วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก : รับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี หรือสตรอว์เบอร์รี ร่วมกับมื้ออาหาร - เด็กบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ : โดยเฉพาะเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กน้ำหนักแรกเกิดน้อย - หากสงสัย อย่ารอให้รุนแรง : ควรพาบุตรหลานพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจเลือด การรักษาอาจต้องใช้ยาเสริมธาตุเหล็กร่วมกับการปรับอาหารตามคำแนะนำของแพทย์
อ่านต่อ
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว_2

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว

แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคต
อ่านต่อ
คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย_2

คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์) เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.
อ่านต่อ
การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด_2

การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด

“ลูกโตช้ากว่าเพื่อนหรือเปล่า” “ทำไมลูกอายุเท่านี้ แต่ดูเหมือนเข้าสู่วัยรุ่นเร็วเกินไปหรือไม่” คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในใจของพ่อแม่จำนวนมาก เพราะการเจริญเติบโตของเด็กไม่ได้มีเพียงเรื่องของความสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ฮอร์โมน และพัฒนาการที่สมดุลในแต่ละช่วงวัย การตรวจ อายุกระดูก (Bone Age) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่ช่วยกุมารแพทย์ วิเคราะห์ การเติบโตของเด็กได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่าการวัดความสูงเพียงอย่างเดียว  
อ่านต่อ