ไวรัส HPV ตัวร้าย... จุดเริ่มต้นของ มะเร็ง
(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง วันขวัญ อรรฆยกุล 2026-07-22 10:04:00
HIGHLIGHTS :
-
วัคซีน HPV เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งที่เกี่ยวข้องอีกหลายชนิด
-
วัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้สูงสุดถึง 70–90% ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน
-
วัคซีน HPV ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย ควรได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคและการแพร่เชื้อ
-
วัคซีน HPV เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป และควรฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
-
วัคซีน HPV มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 2–3 วัน
-
การฉีดวัคซีน HPV คือการลงทุนเพื่อป้องกันโรคมะเร็งในอนาคต และเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ไวรัส HPV ตัวร้าย... จุดเริ่มต้นของ มะเร็ง
วัคซีน HPV คืออะไร
- วัคซีน HPV คือ เกราะป้องกันไวรัสเอชพีวี (Human Papilloma Virus)
- เพราะไวรัสนี้เป็นสาเหตุหลักของ มะเร็งปากมดลูก ซึ่งพบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย
- ไม่ใช่แค่ลูกสาว ลูกชายก็ฉีดได้! ช่วยป้องกันมะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและคอหอย รวมถึงโรคหูดหงอนไก่
- ปัจจุบันมี 2 ชนิด ได้แก่ ชนิด 4 สายพันธุ์ และชนิด 9 สายพันธุ์
- วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ เชื้อเอชพีวี 6, 11, 16, 18 ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 70%
- วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ เชื้อเอชพีวี 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 90%
เด็กวัยใดควรเริ่มฉีดวัคซีนเอชพีวี
- ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป
- อายุ 9–14 ปี ฉีด 2 เข็ม ได้แก่ 0, 6–12 เดือน
- อายุ 15 ปีขึ้นไป ฉีด 3 เข็ม ที่ 0, 1–2 และ 6 เดือน
- แนะนำให้ฉีดในเด็กก่อนถึงวัยที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันมากที่สุด
ความปลอดภัยและผลข้างเคียง
- มีความปลอดภัยสูง
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ ปวด บวม แดง ตรงตำแหน่งที่ฉีดยา ซึ่งไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 2–3 วัน
- ผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้แก่ ไข้ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย พบได้น้อยมากและไม่รุนแรง หลังฉีดวัคซีนจึงควรสังเกตอาการอย่างน้อย 15 นาที
ขอขอบคุณข้อมูล
พญ.วันขวัญ อรรฆยกุล
กุมารเวชศาสตร์ระบบทางเดินหายใจ
รพ.สมิติเวช ชลบุรี (SAMITIVEJ CHONBURI)
